Search:

องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรมีส่วนช่วยสังคมอย่างไร และรายได้มาจากส่วนใดบ้าง?

September 30th, 2014

การทำธุรกิจเพื่อสังคมเริ่มมีมากขึ้นในปัจจุบันนี้ การเป็นผู้ประกอบการที่ทำเพื่อสังคม เป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและเอกชนในหลายๆประเทศ เพราะนอกจากจะนำกำไรเข้ากระเป๋าตนเองแล้ว ผู้ประกอบการยังได้กำไร เป็นชีวิตของคนเมืองที่มีความสุขด้วย เรียกได้ว่าเป็น “Double Bottom Line” ก็ว่าได้

องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร โดยกำไรนั้นตั้งอยู่บนเป้าหมายของคุณภาพชีวิตคนในสังคมในแง่มุมต่างๆ มีการสนับสนุนในส่วนต่างๆ เช่น การศึกษา สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข ส่งเสริมชุมชน ทำให้ผู้ประกอบเหล่านี้ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้ประกอบการทางสังคมอย่างแท้จริง แต่รายละเอียดจริงๆแล้วการจัดตั้งองค์กรเพื่อสังคมนั้นมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนมาก นั่นคือ ทำเพื่อสังคม ฝึกฝนทักษะในชุมชน จัดหางานให้แก่คนในชุมชน ยกระดับการศึกษาให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ฝึกฝนอาชีพให้กับคนพิการ คุ้มครองสิทธิสัตว์ ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ เป็นต้น อีกทั้งไม่มีการผูกขาดทางการค้ากับธุรกิจอื่นๆ ซึ่งทำให้ผลกำไรมีการกระจายไปอย่างทั่วถึงในชุมชนต่างๆ กล่าวได้ว่าผลกำไรต่างๆถูกคืนให้แก่สังคมนั่นเอง

อาจมีข้อสงสัยที่ว่าองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรต่างจากผู้ประกอบการเพื่อสังคมอย่างไร โดยธุรกิจและผู้ประกอบการเพื่อสังคมเป็นองค์กรที่มุ่งแสวงหาผลกำไร แต่กำไรที่ว่ามาจากปัจจัยหลายๆส่วน เช่น เม็ดเงิน คุณภาพชีวิตของคนในสังคม โครงสร้างสังคมที่ดีขึ้น เป็นต้น อีกทั้งกำไรจากส่วนต่างๆไม่ได้มาจากผู้ถือหุ้นรายเดียวหรือมากจากบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หากแต่เป็นกำไรจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ ผู้บริโภค บริษัท คนงาน ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม และเมื่อธุรกิจมีกำไรก็จะสามารถทำให้สังคมพึ่งพาตนเองได้ หัวใจสำคัญในการทำเพื่อสังคมขององค์กรมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนในสังคมสามารถช่วยเหลือตนเองได้ต่อไป โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ทำให้ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนมีการยกระดับไปในทางที่ดีขึ้นในระยะยาว ช่วยลดระดับความเหลื่อมล้ำในสังคม อีกทั้งยังมีการผลักดันให้ความเป็นธรรมแก่คนในชุมชนด้วย นอกจากนี้กำไรต่างๆที่เข้ามายังองค์กรยังมาจากการช่วยเหลือของทั้งภาคธุรกิจและคนในชุมชนด้วย เช่นการทำสิ่งประดิษฐ์ต่างนำออกขายในเชิงสร้างสรรค์ และนำกำไรเหล่านั้นหมุนเวียนเข้ามายังชุมชน เราจะเห็นได้ว่าองค์กรไม่แสวงหากำไรนั้นสามารถช่วยเหลือคนในชุมชนได้มากเลยทีเดียว